นายยิ้มมะยมหวาน

ภัสดา งามราชย์ ชายชายหนุ่มวัย 30 ปี ผู้เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติ ขาดเพียงอย่างเดียวคือศรีเมีย ทำให้ หม่อมสุภางค์ ผู้เป็นป้ากลัวว่า ราชสกุลประเสริฐราชย์ของตนจะสูญสิ้น จึงพยายามสรรหาสาว ๆ ในแวดวงไฮโซ ที่มีฐานะทัดเทียมกันมาให้หลานชายเลือก โดยอาศัยงานเปิดตัวโรงแรมเทวฤทธิ์ ซึ่งดัดแปลงมาจากวังเก่าแก่ของตระกูลเป็นสถานที่เลือกคู่ ภัสดารู้ทันแผนการของหม่อมสุภางค์ ดังนั้นวันงานเขาจึงดับฝันผู้เป็นป้า ด้วยการไม่ไปร่วมงาน แต่ส่งบุรินทร์ เพื่อให้นสนิท ซึ่งเป็นมือขวาในการบริหารโรงแรมไปเป็นตัวแทน

ในงานเดียวกัน…เบญจแขไข เจ้าของร้านขนมไทยประยุกต์วัย 22 ปี ได้รับการว่าจ้างให้มาสาธิตการทำขนมไทยแบบร่วมสมัย โดยใช้มะยมเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำขนม ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน ในระหว่างการสาธิตทำขนมมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นจากบรรดาสาว ๆ ที่หม่อมสุภางค์เชิญมาร่วมงาน ที่เข้าใจผิดคิดว่า หากใครทำขนมได้เด็ดถูกใจหม่อมป้าจะได้รับเลือกให้เป็นหลานสะใภ้ สาว ๆ เหล่านั้นจึงพากันปั่นป่วนการสาธิตทำขนมของเบญจแขไข
หนึ่งในนั้นก็คือ จตุชไม (สี่) พี่สาวแท้ ๆ ของเบญจแขไข ที่ไม่ยอมรับเบญจแขไขเป็นน้อง และสั่งห้ามไม่ให้บอกใครว่าเป็นพี่น้องกัน เพราะอายที่ไฮโซอย่างตนมีน้องเป็นแม่ค้าขายขนม จตุชไมถือว่าตนเป็นลูกรักของพ่อแม่ ส่วนเบญจแขไขเป็นลูกชัง ซึ่งถูกเนรเทศไปให้ ย่าพิศ เลี้ยงที่บ้านสวนตั้งแต่แบเบาะ จตุชไมเกลียดขี้หน้าเบญจแขไขมาก เพราะเบญจแขไขสวยกว่า เก่งกว่าทั้งงานบ้าน งานครัว แถมยังช่วยดูแลกิจการร้านขนมไทยของย่าพิศ จนชื่อดังโด่งดังอีกด้วย

ความโกลาหลที่เกิดขึ้น ทำให้งานของเบญจแขไขแทบจะพังไม่เป็นท่า แต่ก็โชคดีที่ นายยิ้ม มะยมหวาน ผู้ชายมอซอ ดูแล้วไม่มีออร่าของผู้ดีเลยสักนิด มาช่วยกู้สภาพการณ์ไว้ได้ทัน ทุกอย่างจึงผ่านไปด้วยดี เบญจแขไขกล่าวขอบคุณนายยิ้มอย่างจริงใจ ในขณะที่จตุชไมด่านายยิ้มยกใหญ่ ที่มาช่วยเบญจแขไข และขู่ว่าจะไปฟ้องภัสดาเจ้าของโรงแรมให้ไล่นายยิ้มออก นอกจากนี้ยังดูถูกว่านายยิ้มเป็นคนจนต่ำต้อย น่ารังเกียจอีกด้วย เบญจแขไขสงสารนายยิ้มที่ทำดีแต่กลับถูกด่าฟรี จึงออกหน้าปกป้องนายยิ้ม โดยการต่อว่าจตุชไมกลับไปแรง ๆ ทำให้นายยิ้มรู้สึกประทับใจเบญจแขไขมาก ที่ยอมมีเรื่องกับจตุชไมเพื่อให้คนต่ำต้อยด้อยค่าอย่างตน

Continue Reading

เรื่องย่อก่อนตะวันแลง 4

วันหนึ่งพนมกรได้มีโอกาสรู้จัก พ.ต.ท.ปรีชา (รับเชิญ) พี่น้องคุณดวงใจ พนมกรมีเรื่องติดค้างในใจมานาน ใครฆ่าพ่อ ? คดีฆาตกรรมจะหมดอายุความใน 20 ปี นี่ผ่านมา 18 ปี ยังจับฆาตกรมาลงโทษไม่ได้ พนมกรอยากให้คนที่ฆ่าพ่อได้รับกรรม พ.ต.ท.ปรีชา รับปากจะลองช่วยสืบดู กมลชนก ลูกเลี้ยงของดวงใจ โกรธช่อแก้วมากที่ขอเงินดวงใจหลายล้าน จึงด่าช่อแก้ว ว่าใจคอจะผลาญสมบัติแม่ให้หมด ดวงใจเห็นลูกจริงกับลูกเลี้ยงสมุทราะกันเรื่องเงินก็เศร้าใจ ทั้งสองคนต่างหวังสมบัติตน ไม่มีใครรักห่วงใยตนจริง

          โรงงานนรกที่เรณูถูกจับมาขายเป็นแรงงานทาส โดนตำรวจทลาย เรณูถูกพาไปโรงพัก อำพล สามีของกมลชนก เจอเรณูก็ประทับใจความสวย เลยจ้างเรณูมาทำงานเป็นแม่บ้านบริษัทตน เรณูยังความจำเสื่อม จำชื่อตัวเองไม่ได้ อำพลจึงเรียกเรณูว่าปริศนา หมายความว่าผู้หญิงปริศนาผู้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร อำพลชอบหนีเมียมาหาเรณูที่บริษัท กมลชนกสมุทราะหึงหวงอำพลกับนังปริศนา โดยกมลชนกไม่รู้ว่าผู้หญิงปริศนาคนนี้ก็คือเรณู แม่ที่พนมกรตามหา พนมกรมาทำธุระให้เรวัติที่บริษัทอำพลหลายครั้ง เกือบได้เจอแม่เรณู แต่มีเหตุให้แม่ลูกคลาดกัน (การคลาดกันของแม่ลูก จะทำให้มีเหตุผลเป็นได้)

          นับวันอำพลยิ่งหลงรักเรณู พาเรณูมาหาหมอรักษาอาการสูญเสียความทรงจำ และที่โรงพยาบาลนี้เอง เรณูเกือบเจอดวงใจ แม่บังเกิดเกล้า ดวงใจมาทำคีโม แต่จนแล้วจนรอด แม่และบุตรสาวแท้ ๆ ก็ไม่ได้พบกัน อาการของดวงใจทรุดหนักเนื่องจากว่าแพ้คีโม ช่อแก้วให้ดวงใจทำพินัยกรรมยกสมบัติให้ตน กมลชนกไม่ยอมให้ ช่อแก้วจึงช่วงชิงสิ่งที่ควรเป็นของตน กมลชนกจ้างคนไปรังแกช่อแก้ว หมายขู่ให้กลัว เพื่อให้จะได้หนีกลับนครพนม คนร้ายมาจับตัวช่อแก้ว กัลยาเข้าช่วยแม่ ทำให้เหตุการณ์บานปลาย คนร้ายยิงกัลยาอาการปางตาย พนมกรมาเฝ้ากัลยาที่โรงพยาบาลทุกวัน ทำให้ช่อแก้วรู้ว่าพนมกรกับกัลยารักกัน ช่อแก้วเกลียดพนมกรมาก ห้ามยุ่งกับกัลยา บุตรสาวตน ตำรวจจับคนร้ายได้และซัดทอดอำพลกับกมลชนก สองสามีเมียเป็นผู้จ้างวาน อำพลเสียสละยอมรับผิดคนเดียว อำพลติดคุก เรวัติ คนสนิทของดวงใจมีหลักฐานสาวมาถึงกมลชนก ดวงใจรักกมลชนกเหมือนลูก ไม่มีแม่คนไหนส่งลูกเข้าคุกได้ลงคอ ดวงใจทำลายหลักฐานทิ้ง ทว่าอย่างไรเสีย กมลชนกก็ทำชั่ว ดวงใจตัดแม่ตัดลูกกับกมลชนก !!!

Continue Reading

เรื่องย่อวิมานมนตรา 3

“วริศรา” หญิงสาวผู้มีดวงตาอันสวยงาม เชื่อว่าจะทำให้เดือนดาราเป็นผู้มีอาณุภาพกว้างไกลไปทั่ว
“มารตี” มีปานแดงอยู่รอบๆกลางอก อันเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพเจ้า
“พัชรี” เป็นสาวนิ่งขรึม มีเส้นผมยาวสลวยจนใครเห็นใครทัก เชื่อว่าจะเป็นผู้ชักนำเอาบุคคลตามที่ทำนายไว้มาร่วมในพิธีได้

ทั้งสามคนถูกเลี้ยงมาอย่างดี ต่างทราบว่าไม่ได้เป็นพี่น้องกันโดยสายเลือด เพราะก่อนออกจากสถานสงเคราะห์ พวกคุณอายุได้ 7 ปีแล้ว ลุงสำลีบอกกับเดือนดาราว่า หากวันใดที่หญิงสาวเหล่านั้น ไปสู่วัยเบญจเพส พวกคุณก็จะถูกนำมาไปสู่พิธีบูชารายัญ พร้อมกับผู้ร่วมพิธีอีก 3 คนซึ่งเป็นชาย และมีสรรพสิ่งครบตามที่ลุงสำลีต้องการ ซึ่งลุงสำลีเชื่อว่าทุกคนจะเดินทางมาบรรจบกันตามลิขิตของโชคชะตา เด็กสาวทั้งสามเรียนจบในระดับปริญญาตรีและเผ่านาช่วยเหลืองานเดือนดาราที่รีสอร์ต

“วริศรา” คือพลอยกลับชาติมาเกิด คุณสวยใส ใจกล้า รอบคอบ มีสัมผัสพิเศษเกี่ยวกับวิญญาณ ชอบหลับฝันเห็นเหตุการณ์แปลก ชอบลุยๆ แบบผู้ชาย เป็นตัวของตนสูง และไม่เคยยอมใคร เรียนจบการทำอาหาร

“มารตี” รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัวเปรี้ยว ตรงไปตรงมา คิดแบบไหนก็จะพูดออกมาแบบนั้น เป็นหญิงที่มีปานแดงอยู่รอบๆกลางอก เรียนจบทางด้านการออกแบบ

“พัชรี” เป็นสาวนิ่งขรึม เรียบร้อย เชื่อคนง่าย เรียนจบทางด้านการทำดอกไม้ในงานสัมมนากับกลุ่มนักธุรกิจใจแวดวงเดียวกัน เดือนดาราพาบุตรสาวทั้งสามเข้ากรุงเทพ เพื่อให้ร่วมงานด้วย ตรงนั้นทำให้วริศราได้พบกับ “ตริน” และเพื่อให้นชายของเขาอีก 2 คน คือ“กษมา”และ“ปกรณ์”

ทั้งหมดพบกันด้วยเหตุพัชรีเกิดเป็นลมขึ้นมาขณะที่อยู่ด้านหน้างาน กลุ่มตรินจึงพากันช่วยปฐมพยาบาล วริศราไม่ค่อยถูกชะตากับตรินนัก เพราะเขาชอบพูดจากวนประสาทคุณตลอดเวลา ขณะที่กษมาถูกใจมารตี ส่วนปกรณ์ถูกใจพัชรี

“ตริน” คือ เสริม น้องชายของคุณแสงที่กลับชาติมาเกิดใหม่ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าขอให้ได้เกิดมาคู่กับพลอยซึ่งก็คือวริศราในชาติปัจจุบัน ตรินเป็นหลานชายที่สืบทอดเชื้อสายมาบรรพบุรุษของคุณแสงหลายรุ่นด้วยกัน บัดนี้เติบโตเป็นชายหนุ่มหล่อเหลา เรียนจบแพทย์ และอยู่ในวัยไล่เลี่ยกับบุตรสาวของเดือนดารา นึกไม่ถึงว่าการโคจรมาพบกัน จะโยงใยให้ความลี้ลับอย่างมากติดตามมาเมื่อพบตรินเดือนดาราถูกใจตรินอย่างมาก เพราะรูปร่างและหน้าตาที่ดูเหมือนกับคุณแสงอยู่บ้าง และเมื่อเข้าใกล้ตริน ความรู้สึกพิเศษทำให้คุณคิดว่าเขาอาจเป็นชายที่คุณรอคอยมากว่าร้อยปี เดือนดาราพยายามตีสนิทกับพวกชายหนุ่มๆ เพื่อให้ชวนให้ไปพักที่รีสอร์ตของคุณ เป็นการขอบคุณที่ช่วยดูแลปฐมพยาบาลพัชรี ดูเหมือนทุกอย่างเป็นใจเพราะพวกเขากำลังหาที่พักหลังจากเรียนจบแพทย์ และตัดสินใจเลือกรีสอร์ตของเดือนดาราเป็นที่แรก คืนที่เข้าพัก ลุงสำลีขอให้ทั้งสามคนเขียนประวัติและวันเดือนปีเกิด สำหรับผู้พักแรม นึกไม่ถึงว่ารายละเอียดต่างๆ ในเอกสารจะทำให้ลุงสำลีพึงพอใจ เพราะพวกเขาต่างเป็นชายที่เดือนดารารอคอยให้มาเข้าทำพิธีศักดิ์สิทธิ์พร้อมๆ กับบุตรสาวนอกสายเลือดของคุณ คืนแรกที่บ้านพัก ตรินพบเครื่องเล่นวิดีโอแบบเก่า จึงเปิดดู ในนั้นเป็นภาพการทำพิธีกรรม ของชายชราในชุดคลุมสีดำ แวดล้อมด้วยเครื่องบูชาหลากหลาย ตรินคิดว่ารายละเอียดในนั้น เป็นเพียงหนังที่ทางรีสอร์ตมีให้ผู้เข้าพักไว้ดู พอสอบถามจากลุงสำลีกลับได้รับคำตอบว่า เป็นวิดีโอรุ่นเก่า เอาไว้โชว์นักท่องท่องเที่ยวและในอนาคตอาจไม่เห็นเครื่องเล่นแบบงี้อีกแล้ว

Continue Reading

รักคุณเท่าฟ้า

ทุกครั้งที่ทำการบิน กัปตันเรือบิน คือคนที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะต้องเป็นผู้นำพาชีวิตคนทั้งเครื่อง ให้ไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย สาวๆ อย่างมากจึงใฝ่ฝันอยากมีแฟนเป็นนักบินกัปตันมาดเท่ห์โดยเฉพาะกัปตันธีระ(เคน ธีรเดช) ที่มีสาวๆหมายปองอย่างมาก แต่สาวๆก็ต้องผิดหวังเพราะ กัปตันธีระมีคนรักอยู่แล้วคุณคือ พิม(พลอย เฌอมาลย์)แอร์โฮสเตสสาวสุดสวย ทั้งสองรักกันมาสามปี และมีแผนจะแต่งงานกันอีกในสามเดือนข้างหน้า
พิมไปมาหาสู่กับธีระและครอบครัวจนสนิทสนมกับแม่จินดา(โฉมฉาย ฉัตรวิไล)ซึ่งเป็นแม่ของธีระรวมทั้งแดง(ชนกวนันท์ วัชรคุณ)กับ คุณกบ(กรุณพล เทียนสัวรรณ)พี่สาวและพี่เขยของธีระ พิมรู้ว่าธีระรักแม่มากและแม่ของธีระก็รักคุณมากเช่นกัน

       ในช่วงที่ไม่มีตารางการบิน ธีระต้องมาหาแม่ทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน ความรักระหว่างธีระและพิมดูเหมือนไม่มีอุปสรรคอะไรก็ตามแต่ยิ่งเข้าไกล้วันแต่งงานเผ่านาพิมก็เริ่มเห็นเค้ารางของปัญหาเมื่อจู่ๆแม่ของธีระก็บอกไม่อยากให้แต่งงานมีครอบครัว แต่ธีระรับรองว่าแต่งงานเพราะทุกอย่างได้เตรียมการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม่จินดาเริ่มกลัวว่าธีระจะรักเมียมากกว่าแม่ คุณจึงคิดแผนทำลายงานแต่งงานของลูกชาย โดยแกล้งทำเป็นไม่สบายในวันแต่งงาน ทำให้ธีระต้องทิ้งเจ้าสาวเพื่อให้ไปดูแลแม่ที่โรงพยาบาล พจ(สันติสุข พรหมศิริ) พ่อของพิม ไม่พอใจมาก บอกให้พิมเลิกกับธีระไป แต่สุนีย์(สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ)แม่ของพิมยังเกื้อหนุนอยู่ พิมไม่ยอมแพ้ และทำให้คิดว่าที่ผ่านมาเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ และได้กำหนดวันแต่งขึ้นใหม่อีกรอบ เมื่องานแต่งหนสองเริมขึ้น แม่จินดาก็แกล้งป่วยเข้าโรงบาลอีกรอบ พิมเริ่มแน่ใจแล้วว่าแม่จินดาไม่ต้องการให้คุณแต่งงานกัน

พิมบอกกับธีระว่าแม่ของธีระแกล้งป่วย แต่ธีระไม่เชื่อคิดว่าคุณโกรธที่แม่มาป่วยในวันแต่ง พิมจึงบอกให้กำหนดวันแต่งขึ้นมาเป็นครั้งที่สาม และเมื่อถึงวันแต่งงานแม่จินดาก็ป่วยอีกตามที่คาดไว้ ธีระเริ่มเชื่อพิมว่าแม่แกล้งป่วยเพื่อให้ขัดขวางงานแต่งงาน แต่แดงพี่สาวของธีระบอกว่าแม่ป่วยจริงและอยู่ในอาการโคม่า เขาจึงต้องทิ้งงานแต่งไปโรงบาล หมอบอกแม่จินดา ป่วยเป็นโรคเบาหวาน น้ำตาลขึ้นสูงมากจนช๊อคหมดสติ
ธีระบอกพิมว่าแม่ป่วยจริงๆ แต่พิมไม่เชื่อและมั่นใจว่าแม่จินดาหวงลูกชาย พิมจึงยื่นข้อเสนอให้ธีระเลือกระหว่างแม่และคุณ แต่ธีระบอกเค้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เขารักทั้งพิมและแม่เช่นกัน พิมจึงเป็นข้างยุติทุกอย่างและเดินจากไป

Continue Reading

รอยรักแรงแค้น 3

ชุมสาย แอบบอกเรื่องนี้ให้มุกรินรู้ แต่คุณก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้ธาดายอมคืนทรัพย์สมบัติเหล่านั้นได้ มุกริน ต้องยอมรับสภาพการขึ้นโรงขึ้นศาลที่กำลังจะเกิดขึ้น มุกริน ย้ายออกมาเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่เองตามลำพังโดยไม่บอกให้ใครรู้ ป้าอ่อน แม่บ้านอัธยาศัยดี คุยฟุ้งว่า มุกรินโชคดีที่ได้ห้องที่สวยที่สุด และคุยซ้ำอีกว่า เจ้าของอพาร์ทเม้นท์นี้ เป็นชายชายหนุ่มที่หล่อที่สุด และ น่ารักที่สุด

อนิจจา…คุณหารู้ไม่ว่า เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ก็คือ คิมหันต์ นั่นเอง ธาดา ปรึกษา ปรารภ เรื่องที่มุกรินหายตัวไป ทั้งสองพากันบุกไปหา คิมหันต์ ด้วยความเชื่อว่า คิมหันต์เป็นผู้ลักพาตัวมุกรินไป คิมหันต์ ปฏิเสธ ไม่รู้เรื่องนี้ด้วย ความเป็นห่วงมุกรินผุดขึ้นมาในใจเขาโดยไม่รู้สึกตัว ปรารภได้รับโทรศัพท์จากป้าอ่อน แจ้งว่ามุกริน ป่วยหนัก ไข้สูง อยู่ที่โรงพยาบาล ปรารภและธาดา รีบตรงไปเยี่ยมมุกริน เช่นเดียวกับคิมหันต์ ที่รีบไปโรงพยาบาลเมื่อทราบข่าว เมื่อทั้งหมดได้ประจันหน้ากัน ในห้องพักคนไข้ คิมหันต์ อดไม่ได้ที่จะตะโกนลั่นว่า ธาดาคือคนฆ่าพี่สาวของเขา และมุกรินคือพยานที่ให้การเท็จ เพื่อให้ช่วยเหลือฆาตกร และทำให้วิมลรัตน์ต้องตายฟรีๆ มุกรินตัดสินใจไปทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ คุณกลับมาเก็บของที่อพาร์ทเม้นท์ เพื่อให้คืนห้องให้กับเจ้าของ คืนนั้นคุณจึงได้พบกับเจ้าของอพาร์ทเม้นท์…คิมหันต์ เขาพยายามช่วยขนของและอาสาขับรถไปส่ง แต่ มุกริน พยายามปฏิเสธ เกิดการตัดพ้อต่อว่า เหมือนกับคนรักแง่งอนกัน มุกรินเอาของใช้ส่วนตัวมาฝากที่บ้านเดิมของธาดา คุณจึงได้พบกับภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากลุงชม คนเฝ้าบ้านแล้ว มุกรินได้พบกับ ดวงดาว ฮิบปี้สาวสวยเก๋ ดวงดาว เป็นนักดนตรีที่รักอิสรเสรี และในตอนนี้ คุณรักที่จะมีความเกี่ยวเนื่องกับ ธาดา โดยไม่มีข้อผูกมัดอะไรก็ตามดวงดาว ไม่เดือดร้อนใจอะไรก็ตามหากใครๆ จะเรียกคุณว่าเป็น เมียเก็บ มุกรินต่อว่าพี่ชาย ที่นอกใจวิมลรัตน์ คุณเริ่มความรู้สึกว่า คำให้การของคุณที่เป็นคุณแก่ธาดานั้น ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ธาดา น่าจะเป็นคนฆ่าวิมลรัตน์จริงดังที่คิมหันต์กล่าวหา

ในที่สุด พักตรา ก็แต่งงานกับ คิมหันต์ ส่วน มุกริน ตัดสินใจเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่กับปรารภในวันนั้น

ตลอดการเดินทาง มุกรินเอาแต่ร้องไห้ คุณรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น… และเอาแต่บ่นว่าคุณเป็นผู้ทำลายอนาคตด้วยตัวเองแท้ๆ ปรารภต้องคอยปลอบประโลมมุกริน และเสนอตัวที่จะช่วยเยียวยาความรู้สึกทางใจให้ หากมุกรินต้องการ ทว่ามุกรินยังไม่พร้อมที่จะเปิดรับใครเวลานี้

พักตรา เองกลับความคิดว่ามี คิมหันต์ไม่ได้แฮปปี้กับการแต่งงาน เหมือนคุณ แม้กระทั่งในคืนส่งตัว คิมหันต์ ก็ยังมีท่าทีเมินเฉยกับคุณได้ เมื่อพักตราชวนคิมหันต์ไปทานข้าวนอกบ้าน เพื่อให้สร้างบรรยากาศที่ดีระหว่างคุณและเขา คิมหันต์ กลับได้พบกับธาดาและดวงดาวโดยบังเอิญที่ร้านอาหารเดียวกัน คิมหันต์จงใจเดินไปพูดกับธาดาที่โต๊ะ แม้ธาดาจะพยายามพูดจาดีๆ และแนะนำดวงดาวกับคิมหันต์พอเป็นพิธีตามมารยาท แต่คิมหันต์กลับตะโกนลั่นเหมือนเดิมว่าธาดา คือ ฆาตกรฆ่าพี่สาวของเขา

Continue Reading

คนละโลก

เขา…มองว่าโลกมีสองด้าน คือ โลกของคนจน และโลกของคนรวย
คุณ…มองว่าโลกมีสองด้าน คือ โลกของคนดี และโลกของคนชั่ว
ไม่มีใครผิดหรือถูก เมื่อสุดท้าย ความรักหลอมรวมโลกทุกดวงให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ทิเบต ชายหนุ่มแสนซื่อ จากบ้านที่ต่างจังหวัด เพราะสมุทราะกับ บุญ พ่อเลี้ยง ถึงขั้นลงไม้ลงมือ เพราะทิเบตทนไม่ได้ที่เห็นบุญเอาแต่ไถเงิน รัญจวน (แม่) ไปเล่นการพนันและซื้อเหล้าดื่ม ทิเบตจึงพารัญจวนกับบุษย์ (ลูกของรัญจวนกับบุญ) หนีเผ่านาในกรุงเทพ โดยได้รับการช่วยเหลือจาก ชายหนุ่ม เพื่อให้นวัยเด็กของทิเบต ที่รู้เรื่องราวในชีวิตของทิเบตดีทุกอย่าง แต่ชายหนุ่มมีโอกาสที่ดีมากยิ่งกว่าจึงเรียนจบปริญญาตรี ได้งานทำเป็นหัวหน้าคนงานที่โรงแรมอินดรีม ส่วนทิเบตต้องหยุดเรียนกลางคันด้วยเหตุว่าไม่มีเงิน

ทิเบต รัญจวน บุษย์มาพักอยู่บ้านเช่าของชายหนุ่ม ไม่เท่านั้นชายหนุ่มยังชวนทิเบตมาทำงานเป็นพนักงานขนกระเป๋าที่โรงแรมอีกด้วย ชายหนุ่มพาทิเบตมรู้จักกับ คุ๊กกี้ พนักงานต้อนรับสาวร่างเล็ก หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่ชายหนุ่มจีบ มาร่วมสามปี แต่คุ๊กกี้ก็ยังไม่ยอมใจอ่อน ถึงชายหนุ่มจะถูกด่าถูกว่าแต่ชายหนุ่มก็ถือคติ “ผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงรัก”
เมื่อคุ๊กกี้เจอทิเบตก็สนใจทันที จึงเสนอตัวคอยสอนงานและช่วยเหลือทิเบตทุกอย่าง ชายหนุ่มรู้ทัน จึงขอให้ทิเบตช่วยเป็นพ่อสื่อจีบคุ๊กกี้ให้เค้า

วันแรกของการทำงาน ทิเบตก็ก่อเรื่องเข้าจนได้ เมื่อถูก คลเมขลา ศักการะ ผู้จัดการข้างพีอาร์ทางโรงแรมเข้าใจว่าทิเบตเป็นพวกขี้ขโมยเพราะกระเป๋าเงินของคุณหายไป ผิดกับทิเบตที่หลงรักคลเมขลาตั้งแต่ต้นเห็น แต่เมื่อคลเมขลาด่าออกมา ก็ทำให้ภาพนางในฝันมลายหายไปชั่วพริบตา ทิเบตถูกไล่ออกทันทีตั้งแต่วันแรก ชายหนุ่มรีบมาช่วยพูดก็ไม่ได้ผล ชายหนุ่มเล่าให้ทิเบตฟังว่าผู้หญิงที่เค้ามีเรื่องด้วยคือ คลเมขลา หรือคุณมอธ หลานสาวคุณหญิงศรีเมือง หุ้นส่วนรายใหญ่ของโรงแรม

ปุราณ เพื่อให้นของคลเมขลามาหา ปุราณชอบคลเมขลามานาน แต่คลเมขลาให้ได้แค่ความเป็นเพื่อให้น ปุราณเห็นคลเมขลากำลังหัวเสียเรื่องกระเป๋าเงิน ที่ปุราณมาหาก็เพราะคลเมขลาลืมกระเป๋าไว้ในรถเค้า ทำให้คลเมขลารู้ว่าคุณเข้าใจทิเบตผิด จึงรีบไปขอโทษ และให้ทิเบตกลับมาทำงานตามเดิม ทิเบตรู้สึกประทับใจในตัวคลเมขลา แต่เมื่อคิดว่าคุณเป็นถึงหลานเจ้าของโรงแรมก็ทำให้ทิเบตเจียมตัวว่าคุณกับเขาเสมือนอยู่คนละโลก

Continue Reading

ตะวันยอแสง 4

ศักดิ์ระพีออกไปเที่ยวกับพร้อมมิตร ใช้ให้ยอแสงกับเอี้ยงอยู่เฝ้าบ้าน อินตากับไอ้โหด แหกคุกหนีมาหลบอยู่บ้านศักดิ์ระพี หวังจับตัวยอแสงเป็นตัวประกัน ยอแสงเห็นอินตาไม่ถนัดนัก เพราะถูกจับในความมืด อินตารู้ว่ายอแสงคือตะวัน จึงคัดค้านไม่ให้ไอ้โหดเอาตัวตะวันไป ไอ้โหดไม่ยอม อินตาจำต้องฆ่าไอ้โหดเพื่อให้ปกป้องยอแสง หรือ ตะวันบุตรสาวของเขา

ศักดิ์ระพีขอบคุณอินตาที่ช่วยยอแสง อินตาหลอกว่าชื่ออิน แต่ไม่ยอมบอกความจริงอะไร เพราะอยากให้ยอแสงได้อยู่อย่างสบาย ศักดิ์ระพีสัญญาว่า หากอินตาพ้นโทษกลับมาอีกที เขายินดีช่วยเหลืออินตาทุกอย่างยอแสงเคยดูแลคุณใหญ่ เมื่อครั้งมาหาศักดิ์ระพี พอยอแสงไม่สบาย คุณใหญ่จึงมาอยู่ดูแลยอแสงบ้าง ทำให้ยอแสงซาบซึ้งในความกรุณาและความอบอุ่นที่คุณใหญ่มีให้

ศักดิ์ระพีจะไปเรียนต่อเมืองนอก จึงฝากฝังยอแสง กับ เอี้ยง ไว้กับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจรับฝาก เพราะอยากได้ยอแสงมาอยู่ด้วย คุณใหญ่เกลี้ยกล่อมจนยอแสงยอมมาอยู่ด้วยในที่สุด วันเดินทางของศักดิ์ระพีมาถึง พร้อมมิตรร้องไห้ และรับสารภาพความในใจกับศักดิ์ระพีวันนั้น ว่าคุณรักเขามานานแล้ว แต่ศักดิ์ระพี ไม่ได้ตอบรับความรู้สึกพร้อมมิตร เพราะในใจเขามียอแสงอยู่แล้ว ศักดิ์รพีกับยอแสง จึงจากกันด้วยความเศร้า เมื่อเผ่านาอยู่ในคฤหาสน์เรือนแพ ยอแสงกับนพดล ถูกนเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใส กลั่นแกล้งสารพัด โดยมีพริ้มเพราเป็นคนให้ท้าย แต่ทั้งคู่ก็พยายามอดทน เพราะเห็นแก่ความดีงามของคุณใหญ่

จิตรใสและนเรนทร์ ยังคงเรียนซ้ำชั้นอยู่ระดับมัธยม เอี้ยงหรือนพดล สอบเข้านายร้อยตำรวจได้ ส่วนตะวันเรียนอักษรศาสตร์ หวังสอบเข้าคุรุศาสตร์ จบมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ

ศักดิ์ระพีส่งชุดนอนสีชมพูกับจดหมาย เป็นของขวัญให้ยอแสง จนพร้อมมิตรแอบเอามีดกรีดชุดนอนของยอแสงทิ้ง และขโมยจดหมายของศักดิ์ระพีไปทำลาย ทำให้ยอแสงน้อยใจคิดว่าศักดิ์รพีไม่เคยนึกถึงตนเอง ยอแสง กับเพื่อให้นรักชื่อ ใจบุญ ไปเดินซื้อของด้วยกัน เจอกับนพดล และธาดาโดยบังเอิญ ทั้งสี่นั่งพูดคุยกัน จนรู้ว่าธาดาใกล้จะเรียนจบแพทย์แล้ว เขาพูดความรู้สึกในใจเป็นนัยกับยอแสง แต่ยอแสงไม่ได้สนใจ

อินตาตามเฝ้าดูพริ้มและซ้อน จึงรู้ว่าพริ้มจับตัวสายไป แล้วอินตาก็ไปช่วยสายออกมาจนได้ นเรนทร์พูดจาดูถูกคนเรือจน ๆ อย่างอินตา โดยที่ไม่รู้ว่าอินตาคือพ่อของตน จนอินตา ต้องรีบหนีไป เพราะกลัวพริ้มจำหน้าเขาได้ นเรนทร์ พร้อมมิต จิตรใส รวมหัวกันแกลังตะวัน พอตะวันไปเอาคืน ทุกคนก็โกรธตะวัน ตะวันเอาไม้เรียว มาให้คุณใหญ่เฆี่ยน เพราะรู้สึกตัวว่าผิด พริ้มได้ที เป็นคนเฆี่ยนเสียเองจนไม้หัก ใหญ่สงสารตะวัน แต่พูดไม่ออก ตะวันบอกจะอดทนเพื่อให้รอเล็กกลับมา ใหญ่มาเยี่ยมตะวันที่เรือนแพ ด้วยความสงสาร

พร้อมมิตรเขียนจดหมายหาเล็ก ใส่ความว่าตะวันมีชายหนุ่ม มารุมจีบ จนทำให้เล็กเริ่มเครียด ส่วนเอี้ยงก็เห็นอกเห็นใจบุญเขียนจดหมายหาเล็ก รู้ว่าใจบุญแอบรักเล็ก ซึ่งตนเองไม่อาจเทียบกับอาเล็กได้ นึกน้อยใจ บอกจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวใจบุญอีก

Continue Reading

ครั้งนั้นไม่ลืม

เรื่องราวของ “ปม” ที่เป็นจุดเริ่มของประสบการณ์ ความทรงจำ ที่มีความหมายไม่อาจลืมเลือนได้ของเด็กมัยธมเกิดขึ้นในกิจกรรมวัน “ศิษย์-ลูก” ของโรงเรียนมัธยมไตรมาลีศึกษา เป็นวันประชุมพบปะระหว่างผู้ปกครองและครูของเด็กนักเรียนมัธยมปีที่ ม.6 ก โดยมีครูที่ปรึกษาคือ ครูไพรัช และเหล่าผู้ปกครองของเด็กนักเรียน เช่น สันตินายทหารชั้นผู้ใหญ่พ่อของ “พอร์ช” ณัฐฐาน้าสาวของ “น้ำอุ่น” แม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ซึ่งพาลูกชาย”อะตอม”มางานประชุมด้วย นุชนารถแม่ของ “อิฐ” คนที่มีความเป็นลบค่อนข้างสูง ชัยวุฒิและโชติกาพ่อแม่จอมโอ้อวดของ “ข้าวฟ่าง” คนที่คุยอวดในเรื่องของตนจนเกินจริง ก้องเกียรติพ่อของ “มาร์ค” คนที่มีความคาดหวังในตัวของลูกชายสูง ฯลฯ ร่วมประชุม ผู้ปกครองของแต่ละคนต่างพูดคุยถึงพฤติกรรมของลูกตนเองที่พวกเขารู้จักและอยากให้ผู้อื่นรับรู้

พอร์ช อิฐและน้ำอุ่น เพื่อให้นสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมต้น พอร์ชและน้ำอุ่นเป็นหัวหน้าและรองหัวหน้าห้องที่ความสนิทสนมจนเหมือนเป็นแฟนกันและเพื่อให้นๆก็ยกให้เป็นคู่จิ้นของห้อง มาร์คชายหนุ่มนักกีฬาที่ใส่ใจกับการเรียนและการซ้อมมากกว่าเรื่องอื่นๆรอบตัว ข้าวฟ่างเด็กสาวธรรมดาที่ไม่ค่อยมีเพื่อให้นนอกจากน้ำอุ่นเป็นเป้าหมายการกลั่นแกล้งของแก๊งนางฟ้า กลุ่มสาวเชียร์ลีดเดอร์ซึ่งมีเกรซเป็นหัวหน้าแก๊งอยู่เป็นประจำ น้ำอุ่นทำงานพิเศษที่ร้านเบอร์เกอร์คิงเป็นประจำทุกวันเพื่อให้ช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน เพราะเหตุว่าน้าสาวต้องแบกภาระเลี้ยงดูอะตอม ยาย และตัวคุณเองภายหลังที่พ่อและแม่เสียชีวิตไปแล้ว น้ำอุ่นเป็นคนขยันและมองโลกในแง่ดี มีอัธยาศัยดี จึงเป็นที่รักของเพื่อให้นร่วมงานในร้านทุกคน ข้าวฟ่างคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อให้นชอบมานั่งที่ร้านเพื่อให้คุยกับน้ำอุ่นและเล่น Facebook หรือ Line เป็นประจำโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง พอร์ช ชายหนุ่มน้อยหน้าตาดีที่กำลังก้าวสู่แวดวงเบิกบานที่ต้องพบเจอเรื่องราวที่ไม่เคยคิดว่าต้องเจอ อิฐ คนที่รักในดนตรีแต่ต้องทนอยู่กับปัญหาภายในบ้านที่ต้องหาทางออกในทางที่ผิดและได้รับการช่วยเหลือจากสีน้ำให้กลับมาใช้ชีวิตได้ดังเดิม แต่เรื่องราวมันจะดำเนินต่อไปด้วยซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้นจาก “ปม” ที่เกิดจากภูมิหลังของครอบครัว นิสัย สิ่งแวดล้อม อารมณ์ ความรู้สึก ความเกี่ยวเนื่องระหว่างเพื่อให้นที่ถูกปิดจะค่อยๆถูกคลายปมและสิ่งที่ฝังใจของพวกเค้าตลอดไป

Continue Reading

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจฟรุ้งฟริ้ง

เรื่องราวการเอาตัวให้รอดของ “มุลิลา” แม่เลี้ยงเดี่ยวลูกหนึ่งที่ขังตัวเองไว้กับอดีตอันเจ็บปวดและความกลัวต่อความรักและการใช้ชีวิตครอบครัว แต่เมื่อความรักที่แสนจะบริสุทธิ์ใจเผ่านาเคาะประตูหัวใจอีกที แถมยังมีมาให้เลือกตั้งสองคน แล้วไหนจะอดีตสามีเก่าที่กลับตัวกลับใจและกลับมาขอโอกาสอีกรอบ….คุณจะกล้าเปิดใจให้โอกาสตัวเองอีกรอบไหม ไม่มีใครให้คำตอบได้…นอกจากตัวคุณเอง

มุลิลา หรือ มู่ลี่ ต้องฉลองปีใหม่ในวัย 30 ปี พร้อมกับคำว่า “ซวย” โดยไม่ทันตั้งตัว มุลิลาเพิ่งจะสมุทราะ กับเจ้านายขั้นร้ายแรง และประกาศลาออกจากการเป็นข้างการตลาดของบริษัทเอเจนซี่ชั้นนำ ซ้ำร้ายเมื่อมาถึงบ้านกลับพบภาพ พงศ์พิสุทธิ์ สามีจอมเจ้ายก้กำลังแสดงบทอัศจรรย์กับหญิงแปลกหน้า บนเตียงนอนในห้องนอนของคุณ!!!!

นัดแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม และหลายๆ ครั้งที่ผ่านมามุลิลายังทนได้ แต่ครั้งที่เจ็ดคราวนี้!!!! คุณจะไม่ทน มันร้ายแรง ทั้งเจ็บใจและอับอายที่ศักดิ์ศรีของเมียผู้ภักดีถูกเหยียบย่ำ เตียงนอนแห่งรักต้นกำเนิด น้องปลื้ม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคือที่ดินศักดิ์สิทธิ์ มันไม่ใช่เตียงสาธารณะที่ไว้ให้ใครมาปลดปล่อยความร่าน!!!

มุลิลาปราดเข้าไปอาละวาด ภาพแห่งความขมขื่นไหลบ่าเผ่านาในความทรงจำของมุลิลา ตลอดระยะเวลา 6 ปีของการครองคู่ชีวิต ศักดิ์ศรีของการเป็นภริยาด้วยใจรักภักดีถูกเหยียบย่ำอย่างแสนสาหัส พงศ์พิสุทธิ์ประพฤติตัวเป็นสามี….จอมเจ้ายก้ เที่ยวหัวราน้ำ กลับบ้านบ้างไม่กลับบ้าง ไม่มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว อุ้มลูกแทบจะนับครั้งได้ ไม่เคยถามไถ่เรื่องเงิน เอาตัวรอดตามลำพัง ชนิดหาเองใช้เอง พอไม่มีเงินก็ไปแบมือขอ บริสุทธิ์ ผู้เป็นแม่เจ้าของธุรกิจจิลเวอรี่ ที่ไม่เคยสั่งสอนลูกชายให้รู้จักคำว่า “หัวหน้าครอบครัวที่ดี” อะไรที่เป็นความสุขของลูกชายนางไม่เคยขัด แม้แต่การที่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่มีแต่ตัวอย่างมุลิลา บริสุทธิ์ก็ไม่ขัด เพราะรู้ดีว่าลูกชายแค่หลง ไม่ใช่รักจริง บริสุทธิ์รู้จักนิสัยลูกชายดีมากยิ่งกว่าใคร พงศ์พิสุทธิ์ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง…และอีกไม่นานก็ต้องเลิกรา!!

แต่ที่สำคัญ….เพราะมุลิลาท้องก่อนแต่ง!!!!ขืนไม่ให้แต่งมีหวัง บุปผา แม่ของมุลิลาต้องตามอาละวาดและประจานไม่เลิกแน่ๆ!!!

คุณยอมให้ลูกชายให้แต่งได้โดยไม่กลัวว่าหญิงคนไหนจะมาสูบเงิน เพราะยังไม่มีสมบัติชิ้นไหนเป็นของพงศ์พิสุทธิ์ แม้แต่ชิ้นเดียว!!! บริสุทธิ์จึงทำตัวเป็นแม่สามีในตำนานตั้งแต่วันแรกที่มุลิลาเหยียบเข้าบ้าน แต่เพราะคำว่า “รัก” ที่มีต่อพงศ์พิสุทธิ์ และเพื่อให้ลูกในท้อง….ทำให้คุณอดทน ต้องบอกว่าอดทนชนิดฝืนตัวตนสุดติ่ง!!!!

แต่แล้วพงศ์พิสุทธิ์ก็กลายร่างเป็นฝันร้ายให้มุลิลาในที่สุด!!!!
แต่จะไปโทษใครได้ล่ะถ้าไม่ใช่เพราะตัวคุณเองแท้ๆ ที่อ่านกมลสันดานผู้ชายไม่ออกเองตั้งแต่ต้น ทั้งๆ ที่ ต้องตา เพื่อให้นสนิทของมุลิลาพยายามจะเตือนแล้วเตือนอีกแต่ความรักและความหลง บวกกับความอ่อนด้อยประสบการณ์ มุลิลาจึงถลำลงหลุมไปอย่างถอนตัวไปขึ้น พงศ์พิสุทธิ์คือรักแรกในชีวิต แน่ๆ! มันย่อมมีมนต์ขลังและศักดิ์สิทธิ์กว่าคำเตือนของเพื่อให้นสนิทผู้แสนดี!!!

มุลิลาอุตส่าห์อดทนประคับประคองชีวิตคู่ ไม่เล่าให้ใครฟังสักแอะ แม้กระทั่งบุปผาแม่ของคุณเอง คนที่หลงใหลได้ปลื้มกับลูกเขยที่มีแต่เปลือกโดยไม่รู้ธาตุแท้ เมื่อมุลิลาเป็นคนเลือกสามีคนนี้เองก็ต้องรับผิดชอบ การตัดสินใจ บวกกับความรักลูก อยากให้ลูกมีครบทั้งพ่อทั้งแม่เป็นครอบครัวที่อบอุ่น และนี่คือเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้มุลิลา พยายามรักษาชีวิตครอบครัวเอาไว้

แต่คืนนั้น! คืนที่คุณพบว่าเตียงนอนอันแสนศักดิ์สิทธิ์ที่คุณหวงนักหวงหนา ถูกแบ่งปันโดยหญิงที่ไม่พึง ประสงค์ ความอดทนที่เก็บมานานถูกระเบิดใส่หญิงชั่วชายโฉด มุลิลาอาละวาดจนบ้านพัง เฟอร์นิเจอร์ยับเยิน ไม่มีชิ้นดี ชีวิตการแต่งงาน 6 ปีสิ้นสุดลง!!!

มุลิลาประกาศหย่า และพาน้องปลื้มลูกชายหนึ่งเดียววัย 6 ขวบออกจากบ้าน โดยไม่เรียกร้องค่าเลี้ยงดูหรือสมบัติใดๆก็ตาทั้งสิ้น!! ขอเพียงนับแต่นี้อย่าได้เจอหน้ากันอีก แม้ตายก็ไม่เผาผี มีเพียง “บุญช่วย” รถยนต์ป้ายแดงคันเล็กที่พึ่งจะถอยออกมาสดๆ ร้อนๆ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของคุณเอง และนี่คือวการฉลองวันปีใหม่ด้วยการออกจากงานและเลิกกับสามีในวันเดียวกัน!! พร้อมกับตำแหน่งใหม่ในชีวิต “แม่เลี้ยงเดี่ยว”

3 ชีวิต…มุลิลา น้องปลื้มและบุญช่วย พากันมุ่งหน้าไปบนเส้นทางชีวิตเส้นใหม่ที่ไม่รู้จุดหมาย รู้เพียงว่า…คุณต้องนำพาชีวิตทั้ง 3 ให้รอด!!! และต้องไม่ให้บุปผารู้เรื่องนี้เด็ดขาด จนกว่าคุณจะจัดการชีวิตนี้ ให้พอดีเสียก่อนในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวเพราะไม่อย่างนั้นบุปผาก็จะเป็นเหมือนระเบิดไดนาไมต์ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง แล้วชีวิตของคุณและลูกก็จะยิ่งจัดการได้ยากลำบากขึ้นอย่างแน่ๆ

มุลิลาตัดสินใจเช่าคอนโดของอดีตเพื่อให้นร่วมงาน ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนน้องปลื้ม และเดินหน้าหางานทำใหม่

โดยมีต้องตา เพื่อให้นสนิทคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ ต้องตากำลังคบอยู่กับ พี่ยักษ์ สถาปนิกรุ่นพี่มหาวิทยาลัย ที่คบกันมานานแต่ยังไม่ ตกลงใจจะแต่งงาน เพราะทั้งคู่ต่างตกลงกันว่าจะขอดูใจให้ชัวร์กันก่อนมากที่สุดว่าจะอยู่ด้วยกันได้จริงๆ หรือเปล่า เนื่องจากว่าทั้งสองไม่อยากแต่งแล้วต้องหย่าจากกันเหมือนหลายๆ คู่ รวมทั้งคู่ของมุลิลาด้วย!!!!

ต้องตาช่วยประคับประคองหัวใจมุลิลาที่พยายามจะเข้มแข็งและเก็บซ่อนความเศร้าใจเอาไว้ไม่ให้น้อง

ปลื้มเห็น น้ำตาของคุณแห้งเหือดหายไม่ไหลออกมาจากตาหลายปีแล้ว เพราะความชินชา จากความเหนื่อยล้า ของชีวิตคู่อันบัดซบที่ถาโถมเผ่านา แต่มุลิลาก็ยังแสร้งร่าเริงลั้ลลาทำตัวเป็นปกติทุกครั้งที่อยู่กับลูก คุณพยายามมีวุฒิภาวะอย่างที่สุด เพื่อให้ทำให้น้องปลื้มเข้าใจและยอมรับว่า ต่อไปนี้พวกเขาจะอยู่กันสองคนโดยไม่มีพ่ออยู่ด้วยอีกต่อไป มุลิลาเบาใจที่เห็นน้องปลื้มยังมีท่าทีปกติ แถมยังกอดและปลอบใจแม่อีกด้วย โถ…ช่างเป็นอภิชาตบุตร มาเกิดจริงๆ!!!!

มุลิลาปักธงให้คำมั่นกับตัวเองว่าต่อไปนี้จะทุ่มเทความรักและอุทิศทั้งหมดของชีวิตให้กับลูกชาย น้องปลื้มต้องเติบโตเป็นผู้ชายที่รับผิดชอบ ให้เกียรติผู้หญิง ไม่เจ้ายก้ สรุปคือเป็นทุกอย่างที่ตรงผ่านกับพ่อ ของตน โชคยังดีที่มุลิลายังมีสติอยู่บ้าง ไม่ด่าพ่อให้ลูกฟัง เพราะไม่อยากสร้างเวรสร้างกรรมเพิ่มกับ พงศ์พิสุทธิ์อีก แต่ใช่ว่าเวรกรรมระหว่างมุลิลากับพงศ์พิสุทธิ์จะหมดแต่เพียงเท่านั้น!!!!

พงศ์พิสุทธิ์เผ่านาขู่ว่าจะเอาลูกกลับมาดูแลหากคุณไม่สามารถหางานและเลี้ยงดูลูกให้บริบูรณ์มั่นคงได้ภายในเวลา 3 เดือน ตามคำสั่งของบริสุทธิ์ อดีตแม่สามีที่ไม่อยากได้ลูกสะใภ้แต่อยากได้หลาน มุลิลาจะยอมแพ้…แล้วปล่อยลูกให้สามีเก่าดูแล หรือจะฮึดสู้ ประกาศศักดาแม่ใบเลี้ยงเดี่ยวบนสมรภูมิชีวิตกลางกรุง…ดำเนินการนี้มีลูกเป็นพนัน!

Continue Reading

แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง 14-18 กุมภาพันธ์ 2554

ลองโยรู้เรื่องราวบาดหมางระหว่างแชซังกุงและซอจังกึม นางพูดกับกึมยองว่าจะหาวิธีเล่นงานซอจังกึมจนอยู่ในวังหลวงอีกต่อไปไม่ได้ นึกไม่ถึงกึมยองกลับไม่ได้เห็นด้วยหรือคัดค้านอะไร   มินซังกุง,ชางยา,ซอจังกึมและเยินเซ็งสังสรรค์กัน มินซังกุงรู้ว่าเยินเซ็งได้เข้าเฝ้าพระเจ้าจุงจง แต่กลับไม่กล้าเงยหน้าให้พระองค์ทอดพระเนตร ดังนั้นจึงพานางไปสอนวิธีเอาพระทัยพระเจ้าจุงจง เพื่อให้ให้พระองค์ทรงโปรดปรานนาง

                        คืนเดียวกันนั้นเอง พระเจ้าจุงจงเสด็จมาหาเยินเซ็ง แม้ว่าเยินเซ็งจะมีอาการเคอะเขิน ขณะที่ถวายการปรนนิบัติพระเจ้าจุงจง แต่พระเจ้าจุงจงกลับทรงมีความความคิดว่ามีเยินเซ็งสวยนับเป็นอีกทีหนึ่งที่เยินเซ็งเป็นที่ทรงโปรดของพระเจ้าจุงจง
                        ฮองเฮามีรับสั่งให้ซอจังกึมเข้าเฝ้า พระนางทรงถามซอจังกึมว่าเพราะเหตุใดต้องเสี่ยงตายทายปริศนาไทเฮา ซอจังกึมทูลว่านางต้องการช่วยหมอหลวงซิน ฮองเฮาทรงจำได้ว่าซอจังกึมเคยทำงานในครัวหลวงมาก่อน ฮองเฮารับสั่งกับซอจังกึมต่อไปว่าพระนางนึกถึงฮันซังกุง ซอจังกึมฉวยโอกาสนี้เรียกร้องความเป็นธรรมให้ฮันซังกุง ภายหลังที่ฮองเฮาทรงรับฟังเรื่องราวจากซอจังกึมแล้ว พระนางก็ทรงรู้สึกเหมือนกันว่าที่เป็นเช่นนี้นั้นต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างแน่ๆ
                        ฮองเฮารับสั่งว่าถูกชะตากับซอจังกึม พระนางทรงรับปากซอจังกึมว่าต่อไปจะหาทางคืนฐานะในวังหลวงให้นางดังเดิม จากนั้นพระนางก็มีรับสั่งให้ซอจังกึมทำของเสวยมาถวายพระนาง นึกไม่ถึงว่ากึมยองนำของเสวยขึ้นมาถวาย ทันใดนั้นเอง ฮองเฮาทรงนึกขึ้นได้ว่าลืมบอกห้องครัวไม่ต้องจัดของขึ้นมาถวาย ซอจังกึมนำของเสวยเผ่านาถวาย กึมยองเห็นฮองเฮาเสวยอย่างสำราญ ทำให้กึมยองต้องยกของเสวยที่นางทำมาถวายกลับไป      กึมยองถามอาเลี่ยว่าต้องการอะไร ลองโยยังไม่ทันตอบคำถามกึมยอง กึมยองบอกอาเลี่ยเล่นงานซอจังกึมตามถนัด
                        เกิดโรคระบาดขึ้นกับชาวเมือง ลองโยอาสาไปทำงานรักษาเพื่อให้สร้างความดีงามความชอบ ต่อมาได้มีนางกำนัลฝึกหัดนางหนึ่งป่วยหนัก ภายหลังที่ลองโยรู้เรื่องนี้แล้ว นางกลับไม่บอกให้ซอจังกึมรู้ ทั้งยังกล่าวหาซอจังกึมว่าเอาแต่ถวายงานรับใช้ฮองเฮา หมอหลวงใหญ่รู้ว่าซอจังกึมขาดงาน ดังนั้นจึงลงโทษซอจังกึมให้ทำงานเบ็ดเตล็ดทั่วไป
                        ชองอุนแป๊ดถามบรรดาหมอหลวงหญิงว่าเพราะเหตุใดไม่ส่งรายงานของแสลงให้ครัวหลวง หมอหลวงหญิงตอบว่าซอจังกึมทำความสะอาดแต่กลับไม่เห็นอะไร ซอจังกึมตอบว่าไม่เห็นรายงาน ทุกคนพากันค้นหาจนในที่สุดก็พบรายงานของแสลงที่มีถึงห้องครัวหลวง ที่แท้ทั้งหมดเป็นความสามารถลองโยที่จ้องเล่นงานซอจังกึม
 
 
 
 
                        ซอจังกึมถูกลองโยให้ร้าย   ด้วยความโกรธจึงสอบถามลองโยว่าทำไมถึงทำกับนางเช่นนี้     ทั้งสองมีปากเสียงกันขึ้นมาในที่สุด ทันใดนั้นเองลองโยก็เหลือบไปเห็นหมอหลวงซิน ดังนั้นนางจึงแสร้งทำเป็นร้องไห้กับซอจังกึม ซอจังกึมกล่าวด้วยความโกรธว่านางไม่มีคุณสมบัติอยู่ในสภาแพทย์อีกต่อไป หมอหลวงซิน ด้ยินเช่นนั้นจึงตัดสินใจย้ายซอจังกึมไปรักษาราษฎร
                        หมอหลวงใหญ่ต้องการให้ซอจังกึมไปรักษาโรคระบาดให้แก่ราษฎรแทนลองโย หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้วค่อยกลับเข้าวังหลวง ถึงแม้ว่าซอจังกึมตระหนักดีว่านางไม่ได้มีความผิดอะไร แต่ก็ไม่มีทางเลือก จำต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ที่แท้หมอหลวงใหญ่มีความเชื่อมโยงฉันท์ยก้สาวกับลองโย ลองโยบอกว่าภารกิจของนางเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนที่ว่าจะทำอะไรต่อไปเป็นหน้าที่ของหมอหลวงใหญ่ มินจุงโฮก็ได้รับการมอบหมายให้เป็นรองผู้ตรวจดูบัญชี ทั้งมินจุงโฮและซอจังกึมจึงต้องไปทำงานด้วยกัน
                        หมอหลวงใหญ่ให้ซอจังกึมทำงานในห้องยา โดยไม่ต้องรักษาโรคให้ราษฎร ที่แท้นี่เป็นอีกแผนการหนึ่งที่เล่นงานซอจังกึม มินจุงโฮเตรียมตัวเดินทางกลับวังหลวงเพื่อให้แถลงการณ์ว่ามีหมอน้อยเกินไปรักษาโรคให้ประชาชน จำเป็นต้องขอกำลังเพิ่มเติม ทันใดนั้นเอง ทหารได้จับพ่อค้าขายยาชนิดพิเศษได้คนหนึ่ง พ่อค้าให้การว่าซอจังกึมขายยาลูกกลอนให้ตน ผู้ตรวจบัญชีต้องการลงโทษซอจังกึมสถานหนัก โชคดีที่จ้าวฟ่งซื่อเผ่านาพอดี จ้าวฟ่งซื่อกล่าวว่าพ่อค้าขายาได้รับการจ้างวานจากผู้ไม่ประสงค์ดี ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ซอจังกึมพ้นผิด
                        ลองโยและหมอหลวงฝึกหัดพากันนำยาไปยังสถานที่ที่เกิดโรคระบาด ลองโยรู้เรื่องที่จ้างฟ่งซื่อทำลายแผนการจนพังยับเยิน มินจุงโฮกลับมายังสถานที่เกิดโรคระบาด มินจุงโฮประกาศว่าอำมาตย์โย่วตัดสินใจทิ้งหมู่บ้าน ผู้ตรวจบัญชีกำชับให้หมอฝึกหัดทำงานด้วยความระมัดระวัง อาเลี่ยบอกให้หมอฝึกหัดอื่นๆรู้ว่าจำเป็นที่จะต้องเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น นึกไม่ถึงว่าลองโยสบโอกาสเล่นงานซอจังกึม คราวนี้อาเลี่ยบอกให้ซอจังกึมออกไปซื้อยาที่นอกหมู่บ้าน แล้วค่อยเดินทางกลับเข้าหมู่บ้านในวันรุ่งขึ้น
                        พวกเจ้าหน้าที่พากันออกจากหมู่บ้าน เมื่อซอจังกึมกลับมาที่เมืองพบว่าประชาชนต่างพากันหดหู่ ทำให้นางรู้ว่านางและประชาชนถูกขังอยู่ในหมู่บ้าน บรรดาหมอหลวงนัดแนะสถานที่พบกัน มีเพียงซอจังกึมที่หายไป มินจุงโฮสันนิษฐานว่าซอจังกึมถูกทิ้งไว้ในหมู่บ้าน ดังนั้นจึงย้อนกลับไปที่หมู่บ้านอีกทีเพื่อให้ตามหานา
                        มินจุงโฮรู้ว่าเมื่อกลับเข้าไปในหมู่บ้านและก็จะไม่สามารถออกจากหมู่บ้านได้อีก เพื่อให้ซอจังกึมแล้ว มินจุงโฮยืนกรานว่าจะเข้าไปในหมู่บ้านให้ได้ มินจุงโฮต้องการพาซอจังกึมไปจากหมู่บ้าน นึกไม่ถึงว่ากลับถูกประชาชนล้อมไว้ มินจุงโฮถูกประชาชนรุมรังควานจนได้รับบาดเจ็บ ซอจังกึมเป็นห่วงความปลอดภัยของมินจุงโฮ ดังนั้นจึงรับปากราษฎรว่าจะอยู่ที่หมู่บ้านนี้รักษาประชาชนต่อไป
 
 
                        ราษฎรรู้ว่ามียาน้อยเกินไปที่จะใช้รักษาพวกตน ดังนั้นจึงพากันจับตัวมินจุงโฮมาโดยเดิมทีนั้นคิดระบายความแค้นให้หนำใจ ซอจังกึมอธิบายให้ราษฎรฟังว่ามีเพียงมินจุงโฮคนเดียวเท่านั้นที่สามารถออกไปหายามาได้ ภายหลังที่ราษฎรได้ยินเช่นนั้นแล้ว จึงให้เวลาแก่มินจุงโฮหนึ่งวัน มิฉะนั้นแล้วจะฆ่าซอจังกึม
                        ซอจังกึมบอกสถานที่ซื้อยาให้มินจุงโฮ ที่จริงแล้วซอจังกึมรู้ว่าร้านยานั้นถูกปล่อยร้างแล้ว การที่นางทำเช่นนี้นั้นเพราะต้องการให้มินจุงโฮออกจากเมืองไปอย่างปลอดภัย ซอจังกึมรักษาประชาชน เพราะเหตุว่านางหักโหมจนเกินไปจึงล้มป่วยลง โอดึมโฮเชื่อว่ามินจุงโฮหายไปจากการหลบหนี     พวกหมอหลวงต่างคิดว่าซอจังกึมจงใจหลบหนี ลองโยนำเรื่องราวทั้งหมดรายงานต่อกึมยองโดยรับรองว่าซอจังกึมจะไม่มีวันได้กลับเผ่านาในวังหลวงได้อีก กึมยองถามลองโยว่าอยากได้อะไรเป็นการชดเชย อาเลี่ยกลับหึกเหิมอยากได้ร้านยาทั้งหมดของแชปันซุก
                        มินจุงโฮไม่กลับเผ่านาในหมู่บ้านเสียที ทำให้ราษฎรเคียดแค้นมาก ดังนั้นจึงจับซอจังกึมขังไว้ในโกดัง จากนั้นเผาโกดังนั้น ซอจังกึมซึ่งอยู่ในโกดังนั้นหมดสติไปในที่สุด… มินจุงโฮรีบรุดกลับมาที่หมู่บ้านและได้ช่วยชีวิตซอจังกึมไว้จนพ้นจากอันตราย ในที่สุดซอจังกึมก็ฟื้นได้สติขึ้นมา ทั้งสองดีใจมากที่พบกันอีกที
                        มินจุงโฮและซอจังกึมพากันปลอบราษฎร จังด๊อกเสี่ยงอันตรายบุกเข้าหมู่บ้าน จากนั้นนางก็ช่วยรักษาโรคให้ประชาชน จังด๊อกพบว่าโรคที่ประชาชนเป็นนั้นไม่ได้เป็นโรคติดต่อ ซอจังกึม,จังด๊อกและมินจุงโฮพากันค้นหาสาเหตุของโรค ในที่สุดก็พบว่ามีสาเหตุมาจากพืชผักเน่าจนทำให้ประชาชนได้รับพิษกันไปทั่ว
                        หมอหลวงชองบอกกับหมอหลวงใหญ่ว่าจำเป็นจะต้องเกิดเหตุขึ้นกับซอจังกึมอย่างแน่ๆ ทำให้นางไม่สามารถกลับเข้าวังหลวงได้ ภายหลังที่ซอจังกึมและจังด๊อกรู้สาเหตุที่ทำให้ราษฎรเป็นโรคและจัดยารักษาราษฎร ทำให้ราษฎรที่ป่วยอยู่หายเป็นปกติ ซอจังกึมและมินจุงโฮออกไปสำรวจสวนผักใกล้เคียง   ซอจังกึมพบว่าผักสดที่ปลูกไว้สำหรับส่งให้วังหลวงนั้นเป็นโรค ภายหลังที่ล่วงรู้เช่นนี้แล้ว   ซอจังกึมจึงชักชวนมินจุงโฮกลับไปรายงานเรื่องนี้ให้วังหลวงรับรู้
                        แต่น่าเสียดายที่เมื่อทั้งสองกลับถึงวังหลวงกลับพบว่าทั้งสองถูกออกจากราชการ ซอจังกึมแถลงการณ์ว่าการที่ราษฎรเป็นโรคนั้นมีสาเหตุมาจากผักเน่า แต่แชซังกุงกลับไม่เชื่อคำพูดของซอจังกึม นางกล่าวว่าเรื่องนี้นางจะรับผิดชอบเอง
 
 
                        บรรดาหมอหลวงพากันประชุมเรื่องโรคระบาดที่เกิดขึ้น หมอหลวงชองและโอดึมโฮยอมรับว่าคำพูดของซอจังกึมเป็นความจริง แต่แชซังกุงกลับไม่เชื่อคำพูดของซอจังกึม    มินจุงโฮได้ยินเช่นนั้นจึงท้าให้แชซังกุงกินผักที่เป็นสาเหตุของโรค แชซังกุงต้องการพิสูจน์ว่าคำพูดของซอจังกึม ไม่เป็นความจริง ดังนั้นจึงกินผักนั้นเข้าไป วันรุ่งขึ้น แชซังกุงก็ล้มป่วยลง
                        ซอจังกึมรักษาแชซังกุง กึมยองต้องการขับไล่ไสส่งซอจังกึมออกจากวังหลวง ซอจังกึมถามกึมยองว่ากลัวอะไร แชซังกุงต้องการพิสูจน์ว่านางทำอะไรตรงไปตรงมา ดังนั้นจึงยอมรับการรักษาจากซอจังกึม ขณะที่ซอจังกึมกำลังฝังเข็มให้แชซังกึมอยู่นั้นเอง ซอจังกึมก็หวนนึกถึงการตายของแม่และฮันซังกุง ทำให้ซอจังกึมลังเลว่าจะฝังเข็มช่วยชีวิตหรือฆ่าแชซังกุงดีหรือเปล่า แต่ในที่สุดซอจังกึมก็ตัดสินใจฝังเข็มช่วยชีวิตแชซังกุง
                        ภายหลังที่พระเจ้าจุงจงทรงทราบรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากโรคระบาด ทำให้พระองค์เบาพระทัย โอดึมโฮฉวยโอกาสนี้กราบทูลถึงความผิดของมินจุงโฮ ในที่สุดมินจุงโฮก็ต้องออกจากราชการ ภายหลังที่จังด๊อกรู้ว่าเกิดเหตุขึ้นกับมินจุงโฮแล้ว นางก็นำเรื่องนี้ไปบอกไต้เท้าเซิน ไต้เท้าเซินถวายฏีกา กราบทูลความจริงต่อพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงกริ้วมากเมื่อรู้ความจริง พระองค์ทรงตำหนิโอดึมโฮที่ให้ร้ายมินจุงโฮ พระเจ้าจุงจงเห็นมินจุงโฮมีความชอบจึงมีรับสั่งเรียกมินจุงโฮเข้าเฝ้า
                        หมอหลวงหญิงถามซอจังกึมและลองโยถึงเรื่องการออกจากหมู่บ้านนั้นได้มีการนัดแนะกันอย่างไร ทั้งสองกลับพูดไม่ตรงกัน ลองโยกล่าวกับหมอหลวงทั้งหลายว่านางไม่สามารถร่วมงานกับซอจังกึมได้ หมอหลวงใหญ่จึงมีคำสั่งย้ายซอจังกึม ขณะที่ซอจังกึมกำลังตระเตรียมออกเดินทางนั่นเอง มินจุงโฮกลับบอกให้นางไม่ต้องไป ที่แท้มินจุงโฮได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นโดยมาดูแลบรรดาหมอหลวงทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ซอจังกึมอยู่ในวังหลวงต่อไปได้ แต่การที่มินจุงโฮคอยปกป้องซอจังกึมนี้เองทำให้บรรดาหมอหลวงต่างสงสัยว่ามินจุงโฮและซอจังกึมต้องมีความข้องเกี่ยวกันเป็นพิเศษอย่างแน่ๆ
                        แชซังกุงรู้จากอาเลี่ยว่ามินจุงโฮปกป้องซอจังกึมจนทำให้นางสามารถอยู่ในวังหลวงได้ต่อไป แชซังกุงมอบของที่ลองโยต้องการให้นางเพื่อให้ให้ลองโยภักดีต่อนางต่อไป อีกด้านหนึ่งนั้น   ดังดึ้กดูบอกซอจังกึมว่าเยินเซ็งตั้งครรภ์แล้ว
                        ยองโนเป็นตัวแทนแชซังกุงไปเยี่ยมเยียนเยินเซ็ง เยินเซ็งฝากให้ยองโนไปบอกแชซังกุงว่านางต้องการยกตำแหน่งให้แก่มินซังกุง มินซังกุงซาบซึ้งใจมากที่เยินเซ็งมีน้ำใจต่อนาง ฮองเฮาตัดสินใจพระทัยเลื่อนตำแหน่งเยินเซ้งเป็นซูหยวนเหนียงเหนียง ซอจังกึมนำข่าวดีนี้ไปบอกเยินเซ็ง ทุกคนต่างพากันดีใจกับเยินเซ็ง    แชซังกุงไม่พอใจที่เยินเซ็งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นซูหยวนเหนียงเหนียง ในที่สุดแผนการอันชั่วร้ายของแชซังกุงก็ปรากฏออกมา….
 
 
                        กึมยองได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องอาหารให้เยินเซ็ง เพราะเหตุว่ารสปากของเยินเซ้งเปลี่ยนไป กึมยองจึงต้องตระเตรียมอาหารหลายอย่างให้เยินเซ็ง ในงานฉลองที่เยินเซ็งได้เลื่อนขึ้นเป็นซูหยวนเหนียงเหนียง แชซังกุงถวายการเคารพเยินเซ็ง เยินเซ็งพูดว่าถ้าหากชองซังกุงได้เห็นภาพนี้ เชื่อว่านางต้องสะใจอย่างแน่ๆ แชซังกุง,แชปันซุกและกึมยองต่างพากันคิดแผนเล่นงานเยินเซ็งให้นางแท้งก์ลูกให้ได้
                        ซอจังกึมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหมอหลวง นางได้รับมอบหมายให้ถวายการดูแลฮองเฮา ส่วนอาเลี่ยได้รับมอบหมายให้ดูแลเยินเซ็ง หมอหลวงคนอื่นๆต่างพากันเห็นอกเห็นใจอาเลี่ย ทุกคนปักใจว่าซอจังกึม อาศัยบารมีของมินจุงโฮ ทำให้นางมีวันนี้
                        แชซังกุงบอกให้ลองโยหาทางทำให้เยินเซ็งแท้งก์ลูก ซอจังกึมเห็นอาเลี่ยดูแลเยินเซ็งอย่างดี โดยเตรียมอาหารนานาชนิดให้นาง ทำให้ซอจังกึมเบาใจ
                        เยินเซ็งบอกอาเลี่ยว่านางปวดศีรษะ ทั้งหูของนางก็รู้สึกมีเสียงแว่วๆดังขึ้นมา ลองโยบอกว่าการที่เยินเซ็งรู้สึกเช่นนี้นั้นอาจมีสาเหตุมาจากเลือด ซึ่งจะเป็นมากในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ซอจังกึมฉวยโอกาสที่ลองโยไม่อยู่ เข้าไปเยี่ยมเยินเซ็ง เยินเซ็งมีท่าทีไม่ค่อยสบายใจ ต่อเนื่องมาจากแม่ของนางต้องตายเพราะคลอดนาง ซอจังกึมถามเยินเซ็งว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นซอจังกึมก็ตรวจชีพจรให้เยินเซ็งพบว่านางไม่ได้มีปัญหาด้านเลือดเป็นเพียงร้อนในเท่านั้น
                        ซอจังกึมขอคำแนะนำจากอาจารย์ซินว่าถ้าหากหญิงมีครรภ์เป็นร้อนในแล้วกินอาหารมันๆเข้าไปจะเป็นอย่างไรบ้าง อาจารย์ซินบอกว่าจะมีอันตรายทั้งแม่และลูกได้ ซอจังกึมรู้เช่นนั้นจึงปักใจว่าต้องเป็นความสามารถของลองโยอย่างแน่ๆ อาจารย์ซินสั่งให้หมอหลวงไปตรวจอาการให้เยินเซ็ง ทุกคนต่างออกความเห็นเป็นเสียงเดียวกัน อาจารย์หลี่ตำหนิลองโยที่คิดร้ายต่อเยินเซ็ง ลองโยยืนกรานว่าไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเยินเซ็ง อาจารย์ซินสั่งพักงานลองโย แต่หมอหลวงใหญ่กลับออกหน้าปกป้องลองโย
                        ซอจังกึมเตือนลองโยว่าอย่าได้คิดร้ายต่อคนอื่น รวมทั้งฝากนางไปบอกแชซังกุงด้วย นางไม่มีวันยอมให้รังแกง่ายๆ ซอจังกึมบอกมินซังกุงว่าเยินเซ็งร้อนใน เพราะว่าลองโยถูกแชซังกุงบงการให้นางให้ร้ายเยินเซ็งโดยให้เยินเซ็งกินของแสลง ซอจังกึมกำชับให้ชางยาและมินซังกุงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และคอยดูแลเยินเซ็งให้ดี ซอจังกึมพูดกับมินจุงโฮว่านางเกรงว่าจะมีคนพลอยเดือดร้อนเพราะนาง ดังนั้นจึงบอกให้มินจุงโฮสืบหาสาเหตุที่พระเจ้าจุงจงทรงประชวรในเวลานั้นออกมาให้ได้โดยเร็ว ซอจังกึมต้องการเข้าไปค้นประวัติการประชวรของพระเจ้าจุงจงในห้องอักษร น่าเสียดายที่มีเวรยามแน่นหนา ซอจังกึมเห็นเช่นนั้นจึงวิงวอนจากต้นเครื่องหลวงและชองอุนแป๊ด แต่ทั้งสองกลับปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลือซอจังกึม

Continue Reading